Ditching ที่ดูไบ ตอนที่1
วัดติดปีก Wings Day!!!
Fire Fighting Practical Day
และแล้วก็เทรน Cabin Service จบเสียที
สองวันผ่านไปในโดฮา
มาถึงโดฮาแล้วนะคะ
ไปกาตาร์เสาร์ที่ 17 มี.ค.แล้วน๊าาาาาา
ผลตรวจสุขภาพ Qatar ผ่านแล้ว เย้...
Qatar Pre-employment medical examinations
ผล Qatar ออกแล้วววววว
Coffee Garden with my Sis and bro
เรื่องฮาๆของเครื่องรางที่ใช้ตอนไปสมัคร Qatar Airways
Final Interview Qatar Airways Jan 2012
วัน screening day Qatar Airways (วันที่สอง)
ประสบการณ์สมัครแอร์ Qatar Airways ครั้งที่3 Walk in Jarkata Indonesia
Qatar Airways ครั้งที่สอง Walk in Phuket Jan 2012
Happy New Year and Happy New Year Girl...
Qatar รอบที่สอง Group Discussion
ประสบการณ์สมัครแอร์ครั้งแรก กับ Qatar
การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต
วันพ่อ 2554
Make up tutorial : light smoky eyes
แนะนำตัวเจ้าของไดอารี่
อยากไปเรียนที่ออสเตรเลีย ทำยังไงดี
Melbourne 2
Melbourne with sister
วันเกิดปีนี้ณ.ซิดนีย์
SNOW VS SUNSHINE
สกี @ Purisher Blue (more pics)
เล่นสกี @ Purisher Blue
รายได้ร้านอาหารไทยในซิดนีย์
1st day class with new friends
เปิดเรียนแล้วววว @ ABC College
บินไกลบ้านครั้งแรกในชีวิต >> Sydney Australia
อยู่ๆก็ได้ไปเรียนต่อ ออสเตรเลีย






 

มาเล่าให้ฟังถึงการเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต
และก็คงมีครั้งต่อๆไปเพราะครั้งแรกก็คงแห้ว ฮือๆๆๆ แต่เราต้องไม่ท้อค่ะ
ปีใหม่เชื่อค่ะว่า Never give up is thye way to success

เอาล่ะค่ะ สำหรับการสมัครแอร์ครั้งแรก ก็เริ่มที่ Qatar Airways
และคงจะเป็นที่เดียว ที่ปีใหม่จะสมัคร เพราะอายุเกินพวกสายการบินเอเชียไปเยอะและ เห่ะๆๆๆ
ครั้งนี้  Qatar มารับสมัครที่กรุงเทพ วันที่  17 ธ.ค. 2011 เป็นวันเสาร์
ตอนนั้นยังดัดฟันอยู่เลย พอรู้ข่าวปุ๊บ ตายและ เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน จะทำยังไงดี..
ด้วยความเปรี้ยว ฟันก็ยังทำไม่เสร็จเลย ยังไม่เข้าดีแต่เรียงและ ไม่เหมือนแต่ก่อน
ที่ฟันเกยึกยือ ฟันซ้อนน่าเกลียดมากก ไม่สามารถสมัครแอร์ได้เลยย

นี่คือรูปก่อนทำฟัน ฟันน่าเกลียดมากก 

การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต

แต่ก่อนหน้าหลายปีก่อน ประมาณมัธยมต้น เป็นเขี้ยว ซึ่งน่ารักมากกก ใครๆก็ชม (ฟันนะ ไม่ใช่หน้า) 55
พอแม่จะให้ดัดฟันก็กลัวเขี้ยวหาย และอีกอย่าง ถ้าถอนเขี้ยวก็จะเป็นรูโบ๋ และมีเลือดคั่งๆเหมือนเจลลี่
น่าเกลียดแน่ๆ เลยหลีกเลี่ยง ไม่ทำมาตลอด จนมันเริ่มดันกันไปมา จนฟันเกจนเริ่มน่าเกลียด ไม่กล้ายิ้มเวลาถ่ายรูป
จนกระทั่งกลับมาจากซิดนีย์เมื่อ เมษา 2010 ก็รีบไปหาหมอเพื่อสมัครแอร์โดยเฉพาะ
กว่าจะได้ดัดก็สิ้นปี 2010 ตอนนั้นไม่รู้ว่าเราอายุไม่ได้พวกสายการบินฝั่งเอเชียแล้ว
คิดอยู่ตลอดว่าสมัครทันแล่ะ มีสายการบินตั้งเยอะแยะ แต่คิดผิด อายุเราเกินแล้วจริงๆ
กว่าจะดัดฟันเสร็จอีกร่วมปี คงไม่ได้เป็นแอร์แน่ๆ ละแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ดัดไปเพื่อความงาม
และคิดว่าจะไป WAH Australia แทนต้นปี 2012


แต่แล้วชีวิตก็เปลี่ยนเส้นทางที่มุ่งหน้ากลับมาที่แอร์โฮสเตสอีกครั้ง
เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนั้น... วันไหนจำไม่ได้ ประมาณเดือน ตุลามั๊ง
น้องชายจะเข้าไปสอบ TOEIC ที่ตึก BB Tower ที่อโศก
เราก็เปิดดูเว็บ Thaicabincrew.com เห็นมีโรงเรียนสอนแอร์เยอะมากก
แต่สะดุดเข้ากับ "อ.อุ้มทำได้อีกแล้ว กับกองทัพนางฟ้า 800กว่าคน" โรงเรียนนี้เปิดมาเพียงแค่ 3ปีเท่านั้น
โอ๊ะ เธอเป็นใคร ทำไมทำให้หลายๆคนถึงติดปีกกันได้เยอะแยะมากมาย
ว่าแล้วก็ลองเปิดหาข้อมูลอยู่ทั้งวัน ว่าเราต้องไปพรีสกรีนก่อน ว่าสามารถเข้าไปเป็นนักเรียนที่นี่ได้หรือไม่

และแล้ววันรุ่งขึ้น วันเสาร์ น้องชายไปสอบ ไอ้เราก็ไปรับบัตรคิวเพื่อพรีสกรีนประมาณ 11 โมง
โอ้แม่เจ้าคนเยอะมากก สวยๆทั้งน้านนน เราจะได้มั๊ยเนี่ยยย เอาวะ มาแล้ว ต้องลองดูหน่อย
ก็มีทำ essayเล็กน้อย เอื้อมแตะ ชั่งน้ำหนัก แล้วก็รอมาพบอาจารย์อีกทีตอน 6 โมงเย็น
และแล้วเราก็ได้พบตัวจริงเสียงจริงของอาจารย์อุ้ม ผู้โด่งดัง เราทั้งอึ้ง ทึ่ง และเสียว 555
ก็อึ้งว่าอาจารย์สวยมากกกก หน้าเรียวแล็กขาว ปลื้มมากอ่ะ แล้วทึ่งที่อาจารย์เก่งมากกกกกกกกก
ทั้งภาษาที่เฉียบมากก และประวัติการศึกษาที่น่าทึ่งสุดๆ และไอ้ที่เสียว ก็เสียวว่าช้านจะไม่ผ่านนนพรีสกรีนไง
แต่แล้วก็ผ่านมาได้เป็นนักเรียนอาจารย์อุ้มสมใจ แต่ต้องไปเพิ่มน้ำหนัก 3-4 กิโล ตอนนั้นหนักแค่ 42 กก.เอง

 

ประมาณวันที่ 7 ธ.ค. ปีใหม่รู้ข่าวว่า Qatar รับลูกเรือ ก็ต้องรีบทำการบ้านอย่างหนัก
ที่หนักที่สุดคือฟันค่ะ ฟันยังไม่เสร็จดีใจหนึ่งคิดว่ารอให้เสร็จแล้วค่อยสมัครปีหน้า หรือโอกาสหน้าก็ได้
แต่อีกใจนึง เราจะปล่อยโอกาสของเราไปไม่ได้ ต้องคว้ามันไว้
ว่าแล้ววันเสาร์ที่  10 ธ.ค. 2011 ก็รีบไปหาหมอฟันและโกหกว่า.....................

ปีใหม่  "คุณหมอขา หนูต้องถอดเหล็กดัดฟันออกวันนี้ค่ะ"
หมอ   "เฮ้ยจะถอดได้ยังไง ยังไม่เสร็จเลย และต้องทำรีเทนเนอร์ก่อนด้วย เป็นอาทิตย์กว่าจะได้"
ปีใหม่ "เอ๊ะ ต้องพิมพ์ฟันทำรีเทนเนอร์ก่อนเหรอคะ"
หมอ   "ใช่สิ ไม่งั้นฟันก้ล้มหมด ทำไมรีบจัง จะไปไหน"
ปีใหม่  "คือหนูต้องรีบไปต่างประเทศด่วนมากกกเลยค่ะ วีซ่าเพิ่งออก"
หมอ  "ไปที่ไหน นานมั๊ย"
ปีใหม่  "ไปออสเตรเลียค่ะ ไปไหลายปีอยู่ค่ะ แต่ต้องเอาออกก่อน เพราะจะไปทำธุระที่เกาหลี จะบิน3-4 วันนี้แล้วค่ะ"
หมอ  "เอ้า...ถอดก็ถอด แล้วรีเทนเนอร์ล่ะ"
ปีใหม่  "เดี๋ยวหมอเข้ากรุงเทพ เอาพิมพ์ฟันไปห้องแล็ปใช่มั๊ยคะ เดี๋ยวหนูขับรถไปเอาเองค่ะ"
หมอ  "ก็ได้ (แบบว่า อีนี่ไมเรื่องมากจัง)" ใช้เวลาประมาณ วันสองวันนะ
ปีใหม่  "เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอคะ (ใจกลัวฟันล้ม อนาคตดับเลยช้านนน)"
หมอ   "เดี๋ยวเอาเบอร์ไปคุยแล้วกันนะ ว่าเค้าจะทำทันหรือเปล่า"
ปีใหม่  "ขอบคุณค่ะ"

หมอก็จัดแจงถอดเหล็ก พิมพ์ฟันทำรีเทนเนอร์ ปีใหม่ก็เดินสาย ถอดเสา
(น๊อตทึ่ปักอยู่ที่ขากรรไกรบนยึดไว้กับกะโหลกออก น่ากลัวเนาะ มันเอาไว้ดึงยางระหว่างเสา กับฟันล่างค่ะ)
วันอาทิตย์นัดขูดหินปูน แต่เมื่อคืนดูจันทรุปราคา แล้วเป็นไข้จับสั่น เลยต้องเลื่อนไปเป็นวันจันทร์ที่  12 ธ.ค. 2011
ขูดหินปูนครั้งนี้เจ็บที่สุดในชีวิต เลือดออกเต็มปาก มารู้ทีหลังว่า เค้าเลือกหมอฟันที่จบมาด้านขูดหินปูน
และเชี่ยวชาญเป็นพิเศษให้ ดันไม่บอกก่อนว่าแพง ฮือๆๆๆ ก่อนขูดหมอก็บอกแล้วว่า หมอจะขูดหินปูนใต้เหงือก
ลึกนะ เจ็บมากด้วย แต่จะทำให้สุขภาพฟันดี ก็ต้องทนเจ็บนะ แบบว่าเจ็บจริงไรจริง กลับบ้านมาแปรงฟันไม่ได้
เป็นอาทิตย์ แต่แปรงนะคะ แปรงเบาๆ ไม่ได้สกปรกขนาดไม่แปรงฟัน 55
สิริรวมค่าขูดหินปูน บน-ล่าง 3,000 บาท จ๊ากกกกกก แพงเวอร์ ฮือๆๆๆๆ ต้องใช้เงินเสริมสวยไปสมัครแอร์ด้วย
และตอนเย็นก็ต้องมาอุดฟันหน้าอีก 1,900 บาท เพราะฟันที่มันซ้อนกัน ตอนที่ออกมาเรียงกันแล้ว
จะเห็นฟันผุอยู่ด้านหน้า ไม่อุดไม่ได้เด็ดขาด เกือบไม่ได้คิวและ แต่ทั้งคลีนิควุ่นกะเรา เพราะปีใหม่ไปโกหกว่าจะบินแล้ว
555 แบบว่าเดินสายทำฟันอย่างเดียว ไม่ได้ไปไหนเลย เสียเวลาไป 3 วันและ
แล้วก็ยังมีลิสต์รายการอีกเยอะ ที่ต้องทำสวยให้เสร็จภายใน 3-4วันนี้ เหนื่อยโฮกกกกกกก

รายการที่ต้องทำสวยมีดังนี้


1.ฟอกสีฟัน - ฟันเมื่อถอดเหล็กออก ฟันจะเหลืองและมีคราบบ แต่จะฟอกทันมั๊ยเนี่ย เพราะเหลือเวลาอีกแค่ 5 วันเท่านั้น
จะไปฟอกที่ร้านทำฟัน เค้าก็บอกว่า เลเซอร์เป็นเพียงแค่ตัวเร่งปฏิกริยาให้ขาวเร็วขึ้น แต่ขาวไม่มาก แพงด้วย
ที่ขาวมากคือนำน้ำยากลับมาทำที่บ้านต่อ และจะขาวทนเป็นปีๆ แต่ค่าทำพิมพ์และฟอกสีฟันแพงเหลือเกิน
ถ้าเป็นเลเซอร์ ราคาประมาณ 7-9000 บาท แต่พิมพ์ฟันกลับมาทำที่บ้านก็ประมาณ 3500-6000 บาท
แต่ต้องใช้เวลาทำบล๊อคฟันอีก ไม่สามารถทำได้เลย เลยหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
ปีใหม่เลยตัดสินใจ ซื้อแผ่นฟอกสีฟันยี่ห้อ Crest ของอเมริกา เค้าว่ากันว่าผลลับดีมากกกก
มีหลายแบบให้เลือก ทีแรกอยากได้แบบแผ่นแปะแบบติดแน่น เพราะระหว่างที่เราฟอกสีฟันอยู่นั้น
สามารถดื่มน้ำได้ โดยที่แผ่นแปะยังคงติดกับฟันอย่างเหนียวแน่น ไม่เลื่อนหลุด
แต่ๆๆๆๆ ของหมด ต้องรออีก 1อาทิตย์ ไม่ทันแน่เลย เลยเอาแบบแผ่นแปะแบบไม่แน่นไปก่อน
แต่ก็ได้ผลลับเร็วเหมือนกัน คือ Crest Whitesstrips Supreme มาใช้แก้ขัดไปก่อน
เวลาแปะฟันเสร็จ ต้องอยู่นิ่งๆ ไม่กล้ากลืนน้ำลายด้วย เพราะมันอาจมีสารเคมีอันตราย น้ำลายก็ท่วมปากอยู่อย่างนั้น
ใช้เวลาฟอก 30 นาที เป็นอันเสร็จ จะเห็นผลลับได้หลังจากวันที่ 3 เป็นต้นไป
(ปัจจุบันเห็นความแตกต่างมากค่ะ ขาวขึ้นจริงๆ)

การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต

 


2. สูท - ต้องไปซื้อผ้ามาให้อาโก (ป้า) ตัดสูทให้แบบด่วน ไม่เอาลายมากมาย เอาธรรมดาๆ ปีใหม่เลือกสีชมพู 555
ไม่รู้อะไรดลใจให้ซื้อผ้าสีนี้ แต่ก็สวยไปอีกแบบค่ะ ตัดภายใน 3 วัน เร่งโก จนโกบ่น เพราะงานโกเยอะ อ่อยย

3.เล็บ - ต้องลงทุนไปต่อเล็บเจล เพราะเล็บจริงที่มีอยู่มันช่างน่าเวทนาเหลือทน
เล็บเล็กมาก ไว้ยาวก็ไม่ได้ เชิดขึ้น บานนนเชียว เล็บนิ้วก้อยความสูงประมาณ 1ซม.เท่านั้น เล็กมากกก
เซ็งมากก ทำไมเราต้องลงทุนขนาดนี้ฟระ ก็เราดันเกิดมาไม่สมประกอบเองนี่นา จะโทษใคร เฮ้อ
ตัดพ้อตัวเองเสร็จก็กลับสู้โลกความเป็นจริง จะทำไงได้เปลี่ยนอะไรไม่ได้ก็ต้องสู้ต่อไป
ไปทำเล็บ ราคาก็อยู่ประมาณ 1200-1500 อ่อ ต้องตัดหนังให้เรียบร้อยนะคะ
ทาปากสีอะไร เล็บต้องเป็นสีนั้น เพราะฉะนั้นทำเฟรนช์ เซฟสุด ต่อมาก็ไม่ได้สวยมากมาย เพราะพื้นฐานเล็บเล็ก และกุด

การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต



3. ขน - ต้องแว๊กซ์ออกทั้งขนแขน และขนขา ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยแว๊กซ์เลย กลัวจะเป็นตอมาก เวลาขนขึ้นใหม่
แว็กซ์ร้อนก็กลัวเจ็บ และกลัวรูขุมขนอักเสบ ทำครั้งแรก เอาชัวร์ๆก่อน เพราะต้องไปวอล์คอิน วันเสาร์แล้ว
เหลืออีก 2 วันเท่านั้น เลยไปซื้อครีมกำจัดขน เลือกระหว่างโอพิลคา และ Veet เห็นโอพิลคาเหมาะสำหรับผิวบอบบาง
เลยใช้ เพราะเผื่อไว้ หากแพ้ จะได้แพ้แต่น้อย ไม่มีเวลาแล้วว ปรากฎว่า ขนหลุดไม่หมด แว๊กกกกกกก
เค้าเขียนไว้ว่าทาลงบนผิว 10 นาที ห้ามเกิน ไอ้เราไว้ตั้ง 15 นาทีแล้ว ยังหลุดไม่หมดเลย
มันหลุดแต่ขนบนผิว แต่ตอไม่หลุด เหมือนหว่านเมล็ดพืชไว้ แล้วมันเพิ่งงอกออกจากดิน ซวยแล้วตรู
ไม่เป็นไร วันจริงก็ใช้รองพื้นกลบที่แขนขานิดหน่อย กลบไปก่อน เพราะโรงแรมไฟจะออกส้มๆ ไม่น่าเห็นขนาดนั้น
สายการบินนี้เข้มงวดเรื่องขนค่ะ เพราะมันบ่งบอกถึงความไม่สะอาด เคยได้ยินว่ามีผู้โดยสาร ไม่กินข้าว และโวยวาย
เพราะกินไม่ลง ผู้หญิงมีขนแล้วน่าขยะแขยง สายการบินอาหรับก็อย่างงี๊แล่ะค่ะ แต่ทีผู้ชายอาหรับนะ หนวดรุงรังยัง
บอกว่าตัวเองสะอาด เฮ้อ เอาตามใจเค้าหน่อย เพราะอยากไปเป็นลูกเรือเค้านี่นา

4. ถ่ายรูป - ต้องถ่ายรูปสมัครแอร์ ยังไม่ได้ถ่ายเลย โทรไปที่ Airmade กับ สุธาสินี คิวเต็มทั้ง 2 ที่เลย
ทำไงดีๆๆๆๆ ลองไป Cyber photo Siam Square ดูดีกว่า
ไปถึงพี่เค้าก้บอกว่า ไม่ทันวันศุกร์หรอกครับ งานเยอะ เราก็อ้อนวอน ขอพี่เค้า ว่าเมื่อก่อน วันเดียวได้นี่นา
อ้อนวอนจนพี่เค้าให้ แต่ให้แค่ 2แอ๊คเท่านั้น คือรูปเล็กหน้าตรง และรูปใหญ่ มือแนบลำตัว ราคาประมาณ 1200
รวมแต่งหน้าทำผมด้วย ตอนแต่งหน้าโดนค่าขนตาปลอมแข็งๆไปอีก 50 บาท จริงๆที่บ้านมีขนตาปลอมเยอะมากกก
แต่วันนั้ไม่ได้พกไปที่กรุงเทพ ของที่มีนะคุณภาพดีกว่าอีก แต่ยังดีกว่าไม่สวยแล่ะว๊าาา ก็จ่ายไปซะ
ชุดที่ถ่ายรูปเค้าไม่มีให้ เลยต้องเดินหาซื้อในสยามกันสดๆ เพราะชุดโกยังตัดไม่เสร็จ
ปีใหม่ไปซื้อที่ร้าน My mom made ค่ะ มีแต่สูทดำที่เหลืออยู่ สำหรับสูทแขนสั้น เพราะQatar ต้องใส่สูทแขนสั้น
เป็นอะไรที่ฉุกละหุกมากอ่ะ จะได้ติดปีกกับเค้ามั๊ยเนี่ยยย ช้านนนทุ่มสุดๆแล้วนะ ฮือๆๆๆ  พอถ่ายรูปเสร็จ
เค้านัดให้มารับรูปพรุ่งนี้ (ศุกร์ 16 ธ.ค. 2011)ตอน 1ทุ่ม ร้านปิด 2 ทุ่ม
แปลว่าถ้ามารับไม่ทัน วันเสาร์เช้า คงไม่ได้ไป walk in Qatarแน่ๆเลย ลุ้นมากกกๆๆๆ

5. ซื้ออุปกรณ์ทำผม - พวกสเปรย์ฝุ่นอัดแข็ง สเปรย์น้ำเซ็ตผม กิ๊บดำเป็นกล่องๆ เพราะ Qatarห้ามลูกผมหล่นเลย
ต้องเนี๊ยบมากกก แบบแข็งโป๊ก สะบัด หรือเล่นรถไฟตีลังกา 10 รอบก็ยังไม่มีผมกระดิกประมาณนั้น

และอีกเยอะมากมาย ขับรถไปกลับชลบุรี -กรุงเทพ เป็นว่าเล่น ขับไปเอารีเทนเนอร์ กลับชล
ขับไปถ่ายรูป กลับชล มาเอาสูท ขับไปเอารูป โอ๊ยยย ค่าน้ำมันรอบละเกือนพัน จะกินแกลบแย้ววว

สุดท้ายยยยที่ขาดไม่ได้ คือการเตรียมตัวก่อนวอล์คอิน หลายๆคนจะรู้กิตติศัพท์ รอบ Qatar Prescreen ดี
ว่าหินมากกก ไม่รู้คัดจากตรงไหน บางคนเรียกว่ารอบ 3วิ เพราะยื่น Resume เสร็จ ก็กลับบ้านเลย
รอว่าจะมี call มาให้เราไปต่อรอบต่อไปหรือไม่ เพราะฉะนั้น ต้องทำยังไงก็ได้ให้กรรมการเห็นจุดเด่นของเราให้มากที่สุด
ในเวลาอันสั้นมากกกก  และ ตื่นเต้นสุดๆ และการรอคอยที่เหมือนยาวนานมากกกก ว่ากรรมการจะโทรมาหรือเปล่า

 

ก่อนนอนคืนนี้ก็ไปจัดหมูย่างเกาหลีซักหน่อย (ป่าวหรอก พอดีวันเกิดเพื่อนน้องสาว อิอิ) จัดให้อิ่มท้อง
เพื่อเตรียมพร้อมในวันพรุ่งนี้ เห็นฟันที่ดัดเสร็จแล้วมั๊ยคะ ได้แค่นี้แล่ะ ยังเหยินอยู่หน่อย 55

การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต


เดี๋ยวปีใหม่มาต่อเรื่องราวของการ Walk in Qatar ครั้งแรกในชีวิตทั้งหมดนะคะ
เพื่อนๆคอยติดตามด้วยนะคะ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนที่มีเส้นทางความฝันเหมือนกัน

 

เจอกันบล๊อคหน้าค่ะ

 

Post : 16.12.2011

 

 

     Share


การเตรียมตัวไปสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิต

<< วันพ่อ 2554ประสบการณ์สมัครแอร์ครั้งแรก กับ Qatar >>

Posted on Sat 1 Jun 2013 16:42
โห! พี่ปีใหม่สามารถปรับปรุงได้หลายจุดมาก
ผู้ชายง่ายกว่าเยอะนะคับ
QA ชอบคนฟันสวย ยิ้มสวย ใช่ไหมคับ
Oppy   
Tue 10 Apr 2012 12:56 [5]
 

มีปัญหาเรื่องฟันเหมือนกันเลยคะ พอดีบูฟันห่างมากๆ แต่เรียงกันนะคะ ยังไม่ได้เริ่มดัดเลย --*
BooZy   
Fri 23 Mar 2012 12:11 [4]
 

ละเอียดมากเลยค่ะน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนสมัครแอร์มาก ๆ เลยนะเนี่ย^^
Joule   
Thu 29 Dec 2011 22:09 [3]

แต่ถ้ามองใกล้ๆ มันจะน่าเกลียดมากเลยค่า...กินอะไรเศษอาหารก็ติดง่ายด้วยย ตอนนี้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
Peemai   
Thu 29 Dec 2011 14:33 [2]

ฟันกระต่ายน่ารักกว่านะค่ะ
***   
Wed 28 Dec 2011 15:21 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง